วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โรคต่างๆ

การถ่ายพยาธิ  :  ไม่มีความจำเป็น  นอกเสียจากตรวจพบพยาธิจากอุจระ  หรือมีความผิดปกติที่คิดว่าอาจจะมาจากพยาธิ  เช่น  น้ำหนักตัวลดอย่างไม่มีสาเหตุ  การถ่ายพยาธิควรให้สัตวแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางเป็นผู้ให้  และอยู่ในระยะเวลาที่ เหมาะสม
เห็บ  หมัด  :  การใช้ยาหยอดเพื่อกำจัดเห็บหมัดนั้น  เป็นวิธีสุดท้ายที่ผู้เชียวชาญแนะนำ  เนื่องจากการใช้สารเคมีทุกชนิดมีผลต่อสุขภาระยะยาว
วิธีที่ 1 การกำหนัดเห็บหมัดจากพาหะที่สามารถถ่ายทอดสู่แพรี่ได้  ถ้าเลี้ยงร่วมกับสุนัข หรือแมว ก็ควรทำให้สัตว์เหล่านั้นปราศจากเห็บหมัดเสียก่อน
วิธีที่  2  ใช้แป้งเด็กเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  กับหวีเสนียด  หวีบริเวณจุดที่มีเห็บหมัดอย่าง เบามือที่สุด
วิธีที่  3  การอาบน้ำโดยใช้น้ำอุ่น  และสบู่เด็กสูตรอ่อนโยนปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเท่านั้น  อาบอย่างระมัดระวัง  หลีกเลี่ยงส่วนหูและใบหน้าทั้งหมด
วิธีที่  4  ในกรณีที่จำเป็นผสมน้ำยากำจัดเห็บหมัดกับน้ำ  ในปริมาณที่เจือจางที่สุด สเปรย์ ลงบนขนที่ชื้นเล็กน้อย  ปล่อยให้แห้งเองกับผ้าแห้ง 1 ผืน
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ  Adams  Pyrethrin  Dip  เพื่อการป้องกันเท่านั้น  ไม่แนะนำผลิภัณฑ์ ที่ใช้เพื่อกำจัดเพราะมีความเป็นพิษสูง
วัคซีน  :  แพรี่ด็อกไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนใดๆเลย  ถ้าไม่ได้เลี้ยงในสถานที่ๆมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจริงๆ  การให้วัคซีนมีความเสี่ยงต่อ การแพ้ยาแม้จะพบได้ไม่มากนัก  แต่สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิต สำหรับสัตว์เล็กอย่าง แพรี่ด็อก  หากเลี้ยงร่วมกับสัตว์อื่น  ควรให้วัคซีนและป้องกันโรคแก่สัตว์เลี้ยงอื่นที่อาจ นำพาโรคมาสู่แพรี่ด็อกได้
หมายเหตุ :       1. จากรายการศึกษาพบว่า  แพรี่ด็อกที่เลี้ยงร่วมกับสัตว์อื่นในอังกฤษและ อเมริกา  ยังไม่เคยพบกรณีการติดเชื้อหรือความจำเป็นในการให้วัคซีนชนิดใดเลย
                        2. .ในประเทศไทยพบว่าสัตวแพทย์บางท่านอาจแนะนำหรือไม่แนะนำให้ มีการฉีดวัคซีนให้แก่แพรี่ด็อก นอกเหนือสิ่งอื่นใดอยู่ที่การตัดสินใจของผู้เลี้ยง  แต่หาก ได้รับวัคซีน  ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสัตว์พิเศษเท่านั้น
                        3. ผู้เลี้ยงควรควบคุมความเสี่ยงในการติดต่อโรคต่างๆของแพรี่ด็อก โดยการไม่นำออกนอกบ้านหรือไปในที่สาธารณะ  เพราะนั่นหมายถึงการเพิ่มความท้า ทายในการป้องกันและเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ  จากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น  อึ  ฉี่  ของสัตว์ต่างๆที่อาจมีโรคแพร่ทิ้งไว้
                        4. หากคุณเข้าใจถึงธรรมชาติของแพรี่ด็อก  คุณจะรู้ว่ามันมีเหตุผลที่  ลักษณะทางกายภาพและชีวภาพของแพรี่ด็อกสร้างมาเพื่อการอยู่โพรงที่ค่อนข้างแห้ง แล้ง   ไม่มีถิ่นอาศัยใดของแพรี่ด็อกอยู่ในที่อับชื้น  ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการนำแพรี่ด็อก ไปสัมผัสกับดินที่เปียกชื้น  หรือมีแหล่งน้ำขัง  เพราะแพรี่ด็อกไม่มีภูมิคุ้มกันสำหรับโรค ที่มาจากสาเหตุดังกล่าวแน่นอน
                        5.  การพาแพรี่ด็อกออกนอกบ้านนั้น  เป็นการเพิ่มความตื่นตระหนกและ ความหวาดกลัวให้เขาเสียมากกว่า  และเสี่ยงต่อการติดโรคต่างๆ
                         6.  แพรี่ด็อกเป็นสัตว์ที่ต้องการอาณาเขต  ดังนั้นผู้เลี้ยงควรแบ่งเขตพื้นที่ สำหรับบ้านหรือที่นอนให้แพรี่ด็อก  หากเลี้ยงร่วมกับสัตว์อื่น
โรคที่มาพร้อมกับหน้าฝน  : 
                        1.  โรคเยื่อบุตาอักเสบ  มีขี้ตา  เกิดแพ้อากาศ  แพ้ฝุ่น  โดยเฉพาะความชื้น สะสมในอากาศและสภาะแวดล้อมภายในที่อยู่อาศัย  แม้จะไม่โดนฝนโดยตรง  แต่ความ ชื้นที่อยู่ในอากาศเรามองไม่เห็น  ควรหลีกเลี่ยงวัสดุในกรงที่เป็นไม้ทุกชนิด  มันคือ วัสดุ กักเก็บความชื้นได้ดีและเป็นแหล่งกำเนิดเชื้อรา  เชื้อราที่แพรี่ด็อกกินเข้าไปมันสามารถ ฆ่าแพรี่ด็อกได้อย่างง่ายดาย  รวมถึงเบาะนอน  ควรเปลี่ยนทำความสะอาดอย่างน้อย 2-3 วัน/ครั้ง  การทำความสะอาดกรงเป็นประจำ  โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาอะไรเลย  แค่ล้าง น้ำสะอาด  แล้วเช็ด/ตากให้แห้ง  ความถี่ในการทำความสะอาดกรง  ขึ้นอยู่กับจำนวน แพรี่ด็อกที่อยู่ในกรงด้วย  หากมีหลายตัว  ก็หมายถึงความชื้นและสิ่งสปรกต่างๆก็มาก ขึ้นด้วย
***เมื่อพบว่ามีขี้ตา  สิ่งที่ควรทำคือ
1.         ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำอุ่นๆ  บิดให้หมาดๆ  แปะไว้บริเวณที่มีขี้ตาแล้วค่อยๆลูบ ออกอย่างเบามือที่สุด  ห้ามถูและห้ามให้เข้าตา  หากเป็นขี้ตาแห้ง  ก็แปะซ้ำๆ  จนกว่าขี้ ตาอ่อนตัวลง  จนสามารถลูบออกได้  หากมีอาการ  ตาแดง  มีน้ำตามาก  เปลือกตาบวม  ควรรีบพาพบแพทย์
2.         โรคติดต่อ  เช่น  หวัด  ท้องร่วง  โปรโตซัว(เชื้อบิด)  อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ ธรรมชาติหรือดิน  ใช้สัตว์บกเป็นพาหะ  และแพร่เชื้อทางอุจระ > ลงดิน >  ฝนตกเปียกแฉะ > แพร่กระจายได้ดี > สัตว์ที่เป็นเหยื่อสัมผัสดิน  เลีย  กิน อาหารที่ปนเปื้อน > เข้าสู่ร่างกายเหยื่อ(มักแสดงอาการเมื่อเหยื่อร่างกายอ่อน แอ  และจะทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว)
ซีสต์  (Cysts) :  ซีสต์ หมายถึง  ถุงน้ำหรือก้อนตุ่มไตที่ผิดปกติ  มักเป็นเนื้องอกไม้ร้าย (ไม่เป็นมะเร็ง)  ประเภทหนึ่ง  มีลักษณะเป็นถุงเมมเบรนปิดแยกออกจากเนื้อเยื่อบริเวณ ใกล้เคียง  ภายในบรรจุอากาศ  ของเหลว  ไขมัน  หรือเซลล์ผิวหนังเนื่องจากระบบการเผา ผลาญ (เมแทบอลิซึม)  ของแพรี่ด็อกนั้น  ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่ออาหารที่มีไขมัน  ทำให้ อาหารทุกชนิดที่แพรี่ด็อกได้รับเข้าไป  หากมีไขมันจำนวนมาก  จะเกิดการสะสม  เพราะ ไม่สามารถนำไปใช้หรือถูกขับออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ไขมันเหล่านี้จะไปเกาะตัวอยู่ ตามผนังลำไส้  หรือแม้แต่ภายในชั้นผิวหนัง  เมื่อเกิดการสะสมมากๆ ก็จะทำให้เกิดซีสต์
สาเหตุเกิดจากการให้กินอาหารที่มีไขมันสูง  ไม่ว่าจะเป็นถั่วทุกชนิด  นมไขมันสูง  เมล็ด พืช  เป็นไขมันทางตรง  หรือไขมันทางอ้อม เช่น ผักจำพวกหัวในดิน  ผลไม้ลดหวาน
ลักษณะที่พบ
แบบเห็นชัด  คือ  เป็นก้อนนูนเห็นชัดเจนที่บริเวณใต้ผิวหนัง  ไม่มีขนร่วง  หรือคัน  ไม่เจ็บ(หากยังไม่เกิดการอักเสบ)  เมื่อบีบจะเป็นลักษณะก้อนแข็งๆข้างในผิวหนัง  ลักษณะที่ชัดเจนมักพบเพียงไม่กี่ก้อน
แบบเห็นไม่ชัด  คือ  ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา  แต่สัมผัสได้ถึงตุ่มเล็ก  ตุ่มใหญ่  จำนวนมาก  กระจายอยู่บริเวณผิวหนัง  เมื่อลูบหรือเกา  จะสะดุดมือ  สามารถลามไป บริเวณใกล้เคียง  ไม่เจ็บ  ไม่คัน  ไม่มีขนร่วง
ทางการรักษา
1.         ทำได้ด้วยการเจาะเอาไขมันเหลวออก  (หากเป็นไขมัน)  แต่ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะ หายขาด  เพราะสามารถกลับมาเป็นอีกได้ เหมือนสิว

2.         การผ่าตัด  หากเป็นก้อนแข็ง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น